ความเป็นมาของโครงการ โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ วัตถุประสงค์ของโครงการ แนวคิดของโครงการ ประเภทโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ผลการดำเนินโครงการ • ปีที่ 2 (พ.ศ. 2545 – 2546) • ปีที่ 3 (พ.ศ. 2547 – 2548) โล่รางวัลดีเด่นระดับประเทศ โล่รางวัลดีเด่นระดับภาค ทุนสนับสนุนการดำเนินโครงการ |
|
| กลับด้านบน | |
| ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2543-2544 โรงเรียนบ้านคลองหาเหนือ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงเรียนต้นแบบถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ระดับประเทศ ปี พ.ศ. 2543-2544 “โครงการฐานการเรียนรู้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต” โรงเรียนบ้านคลองหาเหนือ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ความเป็นมา โรงเรียนบ้านคลองหาเหนือ เป็นโรงเรียนระดับประถมขนาดเล็กที่ตั้งอยู่กลางชุมชนชาวสวนผลไม้ ตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันเป็นแหล่งผลิต “เงาะนาสาร” ที่เลื่องชื่อ ซึ่งปัญหาสำคัญของเกษตรกรที่นี่คือ “การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการจัดการสิ่งแวดล้อม” โดยเฉพาะการใช้สารเคมีที่ส่งผลต่อสุขภาพอันเนื่องจากการสะสมพิษจากสารเคมีเป็นเวลานาน แม้โรงเรียนมีการจัดตั้งฐานการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ ของนักเรียนมาแต่เดิม แต่การขยายผลสู่ชุมชนต้องใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ โรงเรียนจึงปรับปรุงและพัฒนาฐานต่างๆ สู่ “ฐานการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” 12 ฐานการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิดของการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของชุมชน ที่ไม่สามารถกระทำเพียงจุดใดจุดหนึ่งได้ หากต้องทำทุกเรื่องควบคู่กันไป และหนทางที่มีความยั่งยืนคือ ทำให้ชุมชนมีความเชื่อมั่นและรู้จักเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปในทางที่ถูกต้อง การดำเนินงาน • สำรวจปัญหาโดยสภานักเรียนร่วมกับครูและชุมชน พบว่าครอบคลุมถึง 6 กลุ่มปัญหาด้วยกัน คือ ⇒ การขาดความรู้ในการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้น ⇒ การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกและมาลาเรีย จนจัดเป็นพื้นที่กลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ⇒ การลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ ⇒ การจับสัตว์น้ำอย่างผิดวิธีและทำลายระบบนิเวศ ⇒ การขาดความรู้ในการปรับสภาพดินด้วยสารธรรมชาติ ⇒ การขาดความรู้ในการป้องกันและกำจัดมลพิษ ตลอดจนการแพร่ระบาดของพาหะนำโรคที่เกิดจาก น้ำเสียและขยะมูลฝอยตามบ้านเรือน • นำผลข้อมูลที่ได้รวบรวมเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนเพื่อพิจารณาร่วมกัน จากนั้นนำเสนอต่อคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างโรงเรียนกับชุมชน จัดทำแผนปฏิบัติงาน กำหนดรายละเอียดในการดำเนินงาน แต่งตั้งกรรมการโครงการ และระดมกำลังระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ช่วยกันเตรียมการดำเนินงาน • ปรับปรุงและพัฒนาฐานการเรียนรู้เดิมภายในโรงเรียนเป็น “ฐานการเรียนรู้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต” ประกอบด้วยฐานสาธิต 12 ฐาน ชุมชนมาช่วยกันลงแรงก่อนสร้างฐานในระยะแรกเริ่ม ฐานต่างๆ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีที่ใช้แต่ละฐานเป็นภูมิปัญญาไทยระดับชาวบ้าน คิดค้นขึ้นมาอย่างง่ายๆ ใช้วัสดุภายในท้องถิ่น มีราคาประหยัด แต่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ • ใช้ฐานสาธิตต่างๆ บูรณาการเข้าสู่การเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เปิดโอกาสให้คนในชุมชนร่วมเข้ารับการอบรมตามความสนใจส่วนตัว โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและคอยให้ความช่วยเหลือเมื่อนำไปปฏิบัต ิ • ขยายฐานการเรียนรู้จากเดิม 12 ฐานเป็น 18 ฐาน เพื่อกำหนดการแก้ไขปัญหาของชุมชนให้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น และหลังจากฐานต่างๆ บรรลุความสำเร็จ ก็ได้ร่วมกับหน่วยงานราชการในท้องถิ่นดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ให้โรงเรียนเป็นฐานผลิตน้ำมันตะไคร้หอมส่งจำหน่าย เพื่อชูเป็นสินค้าเด่นประจำตำบล สอดคล้องกับนโยบาย “หนี่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล” โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลลำพูนเป็นกำลังสนับสนุนสำคัญ และยังเป็นที่ศึกษาดูงานของโรงเรียนต่างๆ ทั้งในและนอกเขตการศึกษา ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าสนใจ - เตาหุงต้มภูมิปัญญาชาวบ้าน เรียนรู้การประหยัดเชื้อเพลิง โดยอาศัยหลักการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพ และหลักการพาความร้อนของอากาศ รวมทั้งสามารถนำไปใช้ได้ในการหุงต้มอาหารในบ้านเรือนเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงเป็นอย่างดี - ฐานสาธิตการทำน้ำอุ่นโดยไม่ใช้เชื้อเพลิง เป็นการนำประโยชน์จากความร้อนที่ได้จากการย่อยสลายของซากพืชและมูลสัตว์ มาใช้ประโยชน์ทดแทนพลังงานที่ได้รับจาการเผาผลาญเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นการประหยัดรายจ่ายลงได้เป็นอย่างมาก - โรงสีข้าวกล้อง เรียนรู้การผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การรวมกลุ่มพึ่งตนเอง การประหยัดพลังงาน และการทำงานของเครื่องจักรกล เปิดโอกาสให้ชาวบ้านนำข้าวมาสีได้ ผลแห่งความสำเร็จ โรงเรียนสามารถจุดประกายให้ชุมชนเกิดความคิดและตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง นำสิ่งใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมีในการสวนเงาะ ทุเรียน ใช้สารสกัดจากสมุนไพรแทนยาฆ่าแมลง โดยโรงเรียนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เทคโนโลยีประจำชุมชน จัดฝึกอบรมความรู้ในเรื่องต่างๆ ตามความถนัดและสนใจของชุมชน ทำให้นักเรียนและชุมชนเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เริ่มเข้าใจแนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ จากโรงเรียนกลับไปใช้ที่บ้าน เป็นสื่อกลางสานความเข้าใจระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียน |
|
| กลับด้านบน | |
| ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2545-2546 โรงเรียนบ้านงิ้วใหม่ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เวบไซต์โรงเรียน โรงเรียนต้นแบบถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ระดับประเทศ ปี พ.ศ. 2545-2546 "โครงการ เกษตรครบวงจรเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม" โรงเรียนบ้านงิ้วใหม่ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ความเป็นมา โรงเรียนบ้านงิ้วใหม่ เป็นโรงเรียนที่เปิดให้บริการการศึกษาแก่นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตั้งอยู่ ณ ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โรงเรียนบ้านงิ้วใหม่แต่เดิมประสบปัญหาสภาพภูมิทัศน์ไม่ร่มรื่นสวยงามและสะอาดตา เพราะนักเรียนได้เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมในภาคทฤษฎีมากกว่าปฏิบัติ ดังนั้นโรงเรียนจึงได้ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษาใหม่ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ขึ้น เพื่อแก้ปํญหาของโรงเรียนไปพร้อมกับปัญหาชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ใช้สารเคมีในการทำนา ทำไร่ข้าวโพดและถั่วลิสง และทำให้เกิดสภาพดินเสื่อม จากนั้นชาวบ้านยังได้บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อขยายพื้นที่ทำกิน และชาวบ้านยังประสบปํญหารายได้ไม่พอกินเพราะขาดความรู้เรื่องสหกรณ์ โดยทางโรงเรียนได้จัดการบูรณาการการเกษตรครบวงจรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อปรับสร้างภูมิทัศน์ของโรงเรียนให้มีความสะอาดร่มรื่นขึ้น และขยายผลออกไปสู่ชุมชน การดำเนินงาน การดำเนินงานโครงการ “เกษตรครบวงจรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” ของโรงเรียนบ้านงิ้วใหม่ เริ่มจากการประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนได้รับทราบเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากความต้องการพื้นฐานและปัญหาของชุมชน และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา จากนั้นจึงปรับแผนปฏิบติการของโรงเรียนให้สอดคล้องกับสภาพจริงของชุมชนโดยเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และยังได้จัดสร้างศูนย์เผยแพร่ข้อมูลและปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมีการเสริมกิจกรรม “น้ำคือชีวิต” และในส่วนของชุมชนได้มีการจัดตั้งกลุ่มร่วมคิดร่วมทำ ซึ่งได้ร่วมกันทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ สารไล่แมลง และนำไปทดลองใช้ ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าสนใจ • ฐานการเรียนรู้เรื่องการลดสารเคมีในนาแบบพึ่งพาธรรมชาติ ด้วยวิธีการกำจัดปูที่กัดกินนาข้าวซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของชุมชน โดยนักเรียนร่วมกันค้นหาวิธีแก้ไขที่ถูกต้องผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ เริ่มจากการศึกษาวงจรชีวิตของปู และระบบนิเวศน์ในนาข้าว ซึ่งพบว่า แม่ปูหนึ่งตัวออกไข่ได้ถึงกว่า 1,000 ฟอง และปูสามารถกินอาหารได้ถึง 13 ชนิด เช่น เศษหญ้า ข้าวนึ่ง พืชสด ปูก็ยังเป็นอาหารของกบและเขียด และยังพบว่าการจับปูในฤดูวางไข่ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดจำนวนปูโดยวิธีธรรมชาติ ปูที่ได้นำมาแปรรูปเป็นอาหารต่างๆ และผลิตสารชีวภาพใช้ในการเกษตร • ฐานการเรียนรู้เรื่อง การทำปุ๋ยหมัก การผสมดินปลูก การทำสารป้องกันแมลงจากเม็ดสะเดาและพืชกลิ่นฉุน การเลี้ยงปลาดุกในท้องร่อง การเลี้ยงกว่าง ซึ่งนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์แมลงพื้นบ้านที่ใกล้สูญพันธุ์ ยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมการชนกว่างของชาวล้านนา มูลกว่างก็สามารถใช้เป็นปุ๋ยได้อีกด้วย และการเพาะกล้าไม้ดอกไม้ประดับและพืชผักท้องถิ่นที่หายากไว้จำหน่าย เพื่อสร้างรายได้เสริมระหว่างเรียนให้เด็กนักเรียน ผลแห่งความสำเร็จ นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โรงเรียนยังสามารถจุดประกายให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนชุมชน เกิดจิตสำนึกและตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และเข้าใจระบบการจัดการมากขึ้น เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์เป็น และแก้ปัญหาเองได้ สามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น การทำปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือทิ้งท้องถิ่น ใช้ข้าวนึ่ง พืชสด เศษหญ้าเป็นอาหารปู จับปูในฤดูวางไข่ ทำสารป้องกันแมลงพืชกลิ่นฉุน และทำสารสกัดชีวภาพ เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะเป็นการสร้างทางเลือกในการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร ยังเป็นแนวทางสำคัญที่จุดประกายให้เกิดการดำรงชีวิตตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนอีกด้วย ปัจจุบันโรงเรียนยังดำเนินการต่อเนื่อง โดยภายหลังที่ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านงิ้วใหม่ เขตพื้นที่การศึกษา 4 และกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก อีกทั้งยังมีบทบาทเป็นแหล่งเผยแพร่กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีสถาบันการศึกษา มูลนิธิ และบุคคลทั่วไปเยี่ยมชมเพื่อศึกษาดูงานประมาณปีละ 50 คณะ |
|
| กลับด้านบน | |
| ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2547-2548 โรงเรียนกุดบากพัฒนาศึกษา อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร เวบไซต์โรงเรียน โรงเรียนต้นแบบถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโรงเรียนสร้างสรรค์ และพัฒนาสิ่งแวดล้อมดีเด่น ระดับประเทศ ปี พ.ศ. 2547-2548 โครงการ “ต้นบากหายไปไหน” โรงเรียนกุดบากพัฒนาศึกษา อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ความเป็นมา ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าสนใจ |
|
| กลับด้านบน | |
| ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2549 - 2550 โรงเรียนสา อ.เวียงสา จ.น่าน โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ รางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการ "ร่วมใจ สืบสาน จัดการขยะ พัฒนาชุมชน" น่านเป็นเมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังหุบเขา จนกระทั่งเส้นทางแพร่-น่านเกิดขึ้น จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงตามเมืองอื่นๆ และประสบปัญหาคล้ายๆ กัน เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมของเมือง รวมทั้งขยะ เด็กๆ โรงเรียนสาจึงร่วมกันชักชวนให้เพื่อนๆ ในโรงเรียนและผู้ใหญ่ในชุมชน ช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม หันกลับไปหาวิถีเก่าๆ ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เช่น กลับไปใช้กระดาษและใบตองห่อของ ใช้เชือกกล้วยแทนเชือกพลาสติก หิ้วตะกร้าไปจ่ายตลาด พกแก้วน้ำมาโรงเรียน แทนการซื้อน้ำใส่แก้วพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง เพราะเรื่องที่ดูเหมือนเล็กๆอย่างนี้ กำลังส่งผลกระทบ ระดับโลก โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่แต่ละคนใช้กันวันละหลายๆชิ้น พลาสติกเหล่านี้ทั้งสินเปลืองพลังงานในการผลิต ต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทำให้โลกร้อน แล้วยังเป็นขยะกำจัดยาก ต้องใช้เวลาถึง 500 ปีกว่าจะย่อยสลาย การจัดการปัญหาขยะในโรงเรียนสา บูรณาการเข้ากับหน่วยการเรียน รวมทั้งหมด 5 โครงการ ประสบผลสำเร็จด้วยดี ปัจจุบันกำลังขยายผลออกสู่โรงเรียนเครือข่ายและชุมชน โครงการการจัดการปัญหาขยะของโรงเรียนสา 1. เวียงสาน่าอยู่ - กิจกรรมจัดการขยะในโรงเรียน เช่น กวาดลาน ล้างห้องน้ำ เก็บใบไม้ ฯลฯ - รณรงค์ให้ชุมชนลดขยะพลาสติก "ติ้วส้าจ่ายกาด" 2. ความรู้สู่ชุมชน - สำรวจปริมาณขยะพลาสติกก่อนและหลังรณรงค์ - เรียนรู้เรื่องวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ 3. แก้วน้ำหรรษา - ให้ความรู้ ประโยชน์จากการใช้แก้วน้ำส่วนตัวรณรงค์ให้ทุกคนพกแก้ว 4. ครัวเรือนประหยัดเงินตรา - ทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักจุลินทรีย์ - เรียนรู้วิธีการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน 5. เพิ่มมูลค่าจากขยะ - ชมรมฟ้าใส หัวใจกระดาษรีไซเคิล - ศิลปะประดิษฐ์จากเศษวัสดุ - ธนาคารขยะ คิดก่อนใช้ เข้าใจวงจรผลิตภัณฑ์ “ก่อนบริโภค คิดหน้า คิดหลัง คิดให้ตลอดชีวิตของผลิตภัณฑ์” นี่เป็นคติพจน์จัดการ ปัญหาขยะของโรงเรียนสา เช่น จะซื้อปากกาก็ต้องไม่ลืมว่าแต่ละด้ามใช้วัตถุดิบทั้งเม็ด พลาสติก หมึก โลหะปลายปากกา เหล็กสปริง สี ฯลฯ ในกระบวนการผลิตก็ต้องใช้ พลังงานและเกิดของเสีย เมื่อนำมาใช้แล้วทิ้ง ก็กลายเป็นขยะต้องใช้พลังงานในการกำจัด ต่อไป หรือไม่ก็กลายเป็นขยะตกค้างรอย่อยสลายอีกหลายร้อยปี ดังนั้นจะใช้อย่างไรให้คุ้มค่า หรือจะเลือกกินอยู่ ก็รู้ว่าการผลิตขนมจีนสิ้นเปลืองพลังงานน้อยกว่าบะหมี่ซอง เป็นต้น ทางเลือก หลังจากคิดถึงวงจรผลิตภัณฑ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นของใช้ อาหาร ฯลฯ มีทางเลือกคือ เลิกใช้ เช่น เปลี่ยนมาใช้ตะกร้าจากวัสดุธรรมชาติหรือถุงผ้า จ่ายตลาด แทนการใช้ถุงพลาสติก ลดการใช้ให้น้อยลง เช่น ใช้ดินสอ ปากกา ให้หมดก่อนทิ้ง นำกลับมาใช้ใหม่ เช่น เอาถุงเก่ากลับมาใช้ใหม่ นำมาซ่อมแซม เช่น ซ่อมเสื้อผ้า ที่ยังใช้ได้ นำไปเติม เช่น ใช้น้ำยางล้างจาน น้ำยาซักผ้า แบบเติม แทนการซื้อแบบบรรจุขวด รวบรวมขยะไปขายเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตต่อไป |
|
| กลับด้านบน | |