ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ ในปี 2542 ทาง กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย จึงได้ริเริ่มโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ขึ้นเพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานที่ได้ทรงห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศ กำลังเผชิญอยู่ ทั้งนี้โดยได้รับพระบรมราชานุญาต พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศให้กับโรงเรียนที่มี ผลงานดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย จึงได้มอบหมายให้สมาคมสร้างสรรค์ ไทยเป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงสาธารณสุข

     ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา โครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ได้ ดำเนินการไปแล้ว 4 รุ่นโครงการ มีเครือข่ายโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติที่ ฮอนด้าได้มอบทุนในการดำเนินกิจกรรม เพื่อสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชนไปแล้วถึง 600 แห่ง จากทั้ง 76 จังหวัด และมีโรงเรียนที่ได้รับถ้วยพระราชทาน จำนวน 4 โรงเรียน ซึ่งโครงการดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในการร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชนอย่าง กว้างขวาง

     และด้วยความสำเร็จจากโครงการที่ผ่านมา ทางกลุ่มบริษัทฮอนด้าฯ จึงได้ดำเนินโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2551 – 2552) ขึ้น ภายใต้แนวคิด “ตามรอยเท้าพ่อกับฮอนด้า” เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน อีกทั้งในวาระครบรอบ 10 ปีของการดำเนินโครงการ ทางโครงการฯ จึงได้พัฒนารูปแบบการดำเนินโครงการ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาตนเองมากยิ่งขึ้น ภายใต้ระบบเกณฑ์มาตรฐาน ที่เน้นการแข่งขันและพัฒนาตนเอง เพื่อสร้างจิตสำนึกให้นักเรียนและชุมชนได้ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
 
  วัตถุประสงค์
      1. เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้โรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ ได้นำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและพลังงานไปประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน
      2. เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน
      3. เพื่อธำรงรักษาความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ และสามารถสืบทอดให้ชุมชนนำมาใช้ประโยชน์ได้ตามสภาพภูมิสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
      4. เพื่อสร้างกิจกรรมที่เชื่อมโยง และเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และมีการขยายเครือข่ายการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
      5. เพื่อเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของกลุ่มบริษัทฮอนด้า ในประเทศไทย ในการดำเนินโครงการเพื่อสร้างสรรค์สังคม ในด้านของสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างต่อเนื่อง

  กลุ่มเป้าหมาย
     โรงเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ
 
  ระยะเวลาโครงการฯ
      เดือนกรกฎาคม 2551 – เดือนพฤศจิกายน 2552
      (ปีการศึกษา 2551 และปีการศึกษา 2552)
 
  แนวคิดหลัก
การดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริ
      ให้โรงเรียนและชุมชนมีความรู้เกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริ และสามารถนำแนวพระราชดำริต่างๆ มาใช้เป็นแนวทางเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาและพัฒนาสิ่งแวดล้อมในเชิงรูปธรรมได้สำเร็จ

การมีส่วนร่วม
      เปิดโอกาสให้โรงเรียน ทั้งในส่วนผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนได้คิดริเริ่มสร้างสรรค์และเสนอโครงการในการดูแลและพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน และชุมชนในบริเวณที่ตั้งของโรงเรียน โดยมุ่งเน้นที่จะให้ชุมชน ผู้ปกครอง และครูภูมิปัญญาในท้องถิ่น ได้มีส่วนร่วมในโครงการ เพื่อให้การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมพลังงานเป็นไปอย่างยั่งยืน

การเชื่อมโยง
     เน้นให้เกิดการเชื่อมโยง ทั้งการเชื่อมโยงภายในท้องถิ่น จากโรงเรียน และชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์กลางรากฐานสำคัญของชุมชน และการเชื่อมโยงระหว่างท้องถิ่น เช่น จังหวัดสู่จังหวัด ภาคสู่ภาค เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างท้องถิ่น โดยผ่านการทัศนศึกษาหรือเยี่ยมชมระหว่างกัน

การสืบทอดภูมิปัญญา
       เพื่อให้ภูมิปัญญาในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ทั้งที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม หรือภูมิปัญญาที่คิดขึ้นมาใหม่ สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืนกับคนรุ่นหลังโดยเฉพาะกับเยาวชน โดยไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา และถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

การบูรณาการการเรียนรู้
     เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน และผู้เข้าร่วมโครงการจึงให้มีการนำเอาความรู้หรือภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่นหรือคิดค้นได้ใหม่ รวบรวมบรรจุอยู่ในหลักสูตรวิชาที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งตามความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ทั้งนี้โดยเน้นการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียน “เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติเอง” ซึ่งสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนโดยผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ตามแนวทางการจัดการการเรียนการสอนในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
 
  ลักษณะของโครงการ
     1. มีการนำแนวพระราชดำริมาบูรณาการ หรือเป็นแม่แบบ ในการประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม และเป็นระบบ

     2. เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ตามสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยมีครบทั้ง 3 ด้านและ/หรือด้านอื่นๆ ดังต่อไปนี้
     • ด้านการจัดการขยะ โดยการสร้างความตระหนัก จิตสำนึก และวิถีปฏิบัติ ในการจัดการ มูลฝอยของโรงเรียนและชุมชน โดยวิธีการฝังกลบแบบถูกสุขลักษณะ และการจัดการขยะอินทรีย์ ด้วยวิธีการทำปุ๋ยหมัก เป็นต้น
     • ด้านการจัดการน้ำเสีย โดยการสร้างความตระหนัก จิตสำนึก และวิถีปฏิบัติ ในการจัดการน้ำเสียของโรงเรียนและชุมชน และน้ำเสียในแหล่งน้ำ โดยใช้ทฤษฎีตามแนวพระราชดำริ เช่น ระบบธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ ระบบการเติมอากาศด้วยเครื่องกล หรือการใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย เป็นต้น
     • ด้านพลังงาน โดยการสร้างความตระหนักในการใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน ด้วย วิธีการที่หลากหลาย เช่น วิถีการดำเนินชีวิตที่พอเพียง ประหยัด และการคิดค้น หรือใช้พลังงาน ทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังลม พลังน้ำ พลังงานกล หรือพลังงานเชื้อเพลิงจาก ธรรมชาติ เช่น แท่งแกลบ การใช้ไบโอดีเซล แก๊สโซฮอลล์ เป็นต้น
     • ด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน เช่น การปลูกป่า การจัดภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน เกษตรอินทรีย์ ฯลฯ เป็นต้น

     3. มีการบูรณาการการเรียนรู้ โดยการนำเอาความรู้หรือภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น หรือคิดค้นได้ใหม่ รวบรวมบรรจุอยู่ในหลักสูตร สาระการเรียนรู้ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกัน ทั้งนี้โดยเน้นการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียน “เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง”

     4. เป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้ ปฏิบัติได้ในเวลา 1 ปีการศึกษา และต่อเนื่องจนหลังสิ้นสุด โครงการ

     5. มีผู้แทนจากครู นักเรียน ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น เป็นคณะกรรมการดำเนินโครงการ ภายใต้การอนุมัติและกำกับดูแลของผู้บริหารโรงเรียน

     6. มีการจัดทำรายละเอียดของโครงการ แผน ขั้นตอน วิธีการ สื่อ งบประมาณ รูปแบบการจัด กิจกรรม และการมีส่วนร่วมในโครงการ โดยระบุบทบาทและความรับผิดชอบของทุกฝ่ายอย่างละเอียด ชัดเจน
 
  การรับสมัคร
     1. รับสมัครโรงเรียนทั่วประเทศ ที่มีผลงานการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน
     2. การส่งโครงการเข้าร่วมประกวดของโรงเรียนในครั้งนี้ถือเป็นความสมัครใจของโรงเรียน
     3. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2551
 
  ระยะเวลาการดำเนินงานโครงการ

25 กรกฎาคม 2551 แถลงข่าวเปิดโครงการ
8 - 29 กรกฎาคม 2551 สัมมนาแนะนำโครงการ 4 ภูมิภาค
กรกฎาคม – สิงหาคม โรงเรียนจัดทำข้อเสนอโครงการ (Proposal)
รับสมัครโครงการจากโรงเรียนทั่วประเทศ
15 กันยายน 2551 ปิดรับสมัครการส่งโครงการ
30 กันยายน 2551 ประกาศผลโรงเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา จำนวน 60 โรงเรียน
30 - 31 ตุลาคม 2551 พิธีมอบทุนและเสริมความรู้ให้แก่โรงเรียนทั้ง 60 โรงเรียน
ตุลาคม 2551 – กันยายน 2552 โรงเรียนดำเนินงานตามแผนงานโครงการ
พฤศจิกายน 2551 โรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าค่ายกิจกรรมเสริมความรู้
ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4 ภูมิภาค
มกราคม – กุมภาพันธ์ 2552 คณะนักวิชาการท้องถิ่นตรวจเยี่ยม 60 โรงเรียน
เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการ และให้คำแนะนำ
มิถุนายน - กรกฎาคม 2552 คณะกรรมการคัดเลือกระดับภาคลงพื้นที่ 60 โรงเรียน
เพื่อคัดเลือกโรงเรียนมาตรฐาน
กรกฎาคม 2552 ประกาศผลโรงเรียนมาตรฐานรางวัลโล่ประทาน
สิงหาคม – กันยายน 2552 คณะกรรมการตัดสินลงพื้นที่ เพื่อคัดเลือกโรงเรียนถ้วยพระราชทาน 2 โรงเรียน
พฤศจิกายน 2552 พิธีมอบรางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และโรงเรียนมาตรฐานโล่ประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ

  รางวัล
     - รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 2 รางวัล แบ่งเป็นระดับประถม 1 รางวัล และระดับมัธยม 1 รางวัล  
     - รางวัลโล่ประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
     - รางวัลครูที่ปรึกษาโครงการดีเด่น
     - ป้ายประกาศเกียรติคุณ
     - ทุนสนับสนุนการดำเนินโครงการ จำนวนไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับโรงเรียนที่เข้ารอบ 60 โรงเรียน
 
  ผลลัพธ์ที่คาดหวังของโครงการ
     1. ผู้ร่วมดำเนินโครงการ ทั้งเจ้าหน้าที่โครงการ โรงเรียน ชุมชน และองค์กรท้องถิ่น เข้าใจและร่วมกันพัฒนาสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริได้อย่างเป็นรูปธรรม
     2. โรงเรียนและชุมชนที่ร่วมโครงการ ดำเนินการแก้ปัญหาและพัฒนาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเข้มแข็ง และต่อเนื่อง
     3. ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการสืบทอดและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม
     4. เด็กและเยาวชนมีความเข้าใจ และเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมและตามแนวพระราชดำริ ด้วยการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
     5. ผู้เข้าร่วมโครงการและประชาชนทั่วไปเข้าใจเจตนารมณ์ของกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ในการดำเนินโครงการเพื่อสร้างสรรค์สังคมในด้านของสิ่งแวดล้อม และให้การสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
 
  คณะทำงานโครงการ
ที่ปรึกษาโครงการ

     ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการ มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร

ประธานโครงการ
      อดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด

ผู้อำนวยการโครงการ
     พงษ์เดช ศรีวชิรประดิษฐ์ ผู้จัดการส่วนงานบริหาร บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด

คณะกรรมการอำนวยการ
เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปลัดกระทรวงพลังงาน
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย
ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

ผู้รับผิดชอบโครงการ
กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย
  กลับด้านบน